คำว่า "be" ใช้ตอนไหนบ้าง? (ตอนที่ 1)


มีน้องถามมาค่ะว่าคำว่า be เนี่ยสามารถไปใส่ในประโยคได้ตอนไหนบ้าง?

เป็นคำถามที่ดีมากเลยและก็เข้าใจว่าน่าจะมีคนสับสนเยอะอยู่พอดู ก็เลยขอน้องมาตอบผ่าน post รวมให้หลายๆ คนได้รู้ไปด้วยกันค่ะ

เริ่มแรกต้องให้เข้าใจก่อนว่า “เมื่อไหร่ใช้ v.to be” บ้าง แล้วถืงจะไปดูว่า “เมื่อไหร่จะใช้คำว่า be” นะคะ

ให้จำไว้ว่า.. เราจะใช้ v.to be แค่ 3 กรณีนี้เท่านั้น นอกจากตรงนี้เราจะไม่ใช้เค้าในประโยคเด็ดขาดนะจ๊ะ

a. หน้า adjective เช่น It is cold. ไม่ใช่ It cold.

b. คู่กับ V ing เสมอ เช่น She is sitting. ไม่ใช่ She sitting.

c. ใช้สำหรับ passive voice ถูกกระทำ เช่น It is deleted. มันถูกลบ

ก่อนที่จะไปเข้าใจ 3 ข้อบน เรามาว่ากันอย่างซุปเปอร์ละเอียดให้รู้จักคำว่า "be" กันก่อนนะ

เรารู้กันว่า v.to be มี is, am, are, was, were, been คำถามคือแล้วคำว่า "be" ที่เห็นอยู่บ่อยๆ เนี่ยเค้าใช้เมื่อไหร่ ยังงัย หรอ

ต้องบอกว่า be ก็เหมือนกับ verb ทั่วไปอย่าง read, work, eat, watch คือเป็น verb ออริจิ (หลายทีพี่พิมก็เรียกว่า verb สด) หรือก็คือ verb ช่องที่ 1 สดๆ ที่ยังไม่ได้ผันและไม่เติมอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็น s, es, ing, ed นั่นเอง ฉะนั้นจะใช้เค้าเมื่อไหร่บ้าง.. ก็ต้องว่าตามกฎของการใช้ verb สด หรือ V1 จ๊ะ

ซึ่งกฎการใช้ V1 หรือ verb สดของเราก็มีอยู่ว่า

#1. helping verb + V1 (verb สด)

เมื่อตามหลัง helping verb หรือที่เราเรียกกันว่า verb ช่วย (บางทีก็อาจเห็นฝรั่งเรียก auxiliary verb นะ) ได้แก่ </